บทบาทของนาโนเทคโนโลยีกับการพัฒนาความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และคงไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้เอง ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหนือกว่า เป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง

นาโนเทคโนโลยี
คลื่นแห่งเทคโนโลยีลูกใหม่ที่เกิดขึ้นมา และเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี วันนี้บทบาทของนาโนเทคโนโลยีเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นทุกขณะ หลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมต่างๆ นำไปประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาให้เกิดสมบัติใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้งานได้หลากหลาย และสมบูรณ์แบบมากขึ้น ซึ่งความก้าวหน้าของนาโนเทคโนโลยีในวันนี้ได้เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาวัสดุก่อสร้างมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งแนวโน้มการพัฒนาวัสดุก่อสร้างให้เกิดคุณสมบัติใหม่ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ยังเป็นประโยชน์ต่อวงการก่อสร้างทั่วโลกอย่างยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย

การพัฒนานาโนเทคโนโลยีในปัจจุบันได้แทรกซึมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ต่างๆ รวมไปถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุศาสตร์ด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าในส่วนของอุตสาหกรรมการก่อสร้างนั้นมี Value Chain ที่ค่อนข้างยาวมาก ตั้งแต่สีทาบ้าน โครงสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอิฐ ไม้ พลาสติก หรือแม้กระทั่งวัสดุเมมเบรน เป็นต้น

ในแง่ของวัสดุก่อสร้างนั้น บทบาทของนาโนเทคโนโลยีได้เข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่การเป็นส่วนผสมคอนกรีต หรือองค์ประกอบของเส้นใยวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งกล่าวได้ว่านาโนเทคโนโลยีสามารถถูกนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาวัสดุก่อสร้างในสองรูปแบบหลัก ได้แก่ Composite และ Component ซึ่งต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

อนุภาคนาโนพัฒนาให้เกิดคุณสมบัติใหม่ๆ
หากจะกล่าวถึงบทบาทของนาโนเทคโนโลยีในรูปแบบของการเป็น Component นั้น หมายถึง การนำเอาอนุภาคของนาโน (Nano Particle) เข้าไปเคลือบบนผิววัสดุ เพื่อให้เกิดเป็นคุณสมบัติใหม่ๆ เช่น ความสามารถทำความสะอาดตัวเอง ที่เรียกว่า Self Cleaning หรือความสามารถย่อยสลายกลิ่น หรือสารพิษต่างๆ ได้ เป็นต้น

อีกทางหนึ่ง นาโนเทคโนโลยีที่นำไปใช้เพื่อพัฒนาวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ จะอยู่ในรูปแบบของการเป็น Composite นั่นคือ การนำเอาเส้นใยนาโนเข้าไปใช้อิฐ หรือปูน เพื่อทดแทนการใช้เหล็ก หรือนำเส้นใยเข้าไปเป็นส่วนประกอบของวัสดุปูพื้น ที่รู้จักกันดี เช่น Geo-Textile เป็นต้น

“นาโนเทคโนโลยีสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวัสดุก่อสร้างให้มีคุณสมบัติใหม่ๆ ได้ ทั้งรูปแบบของการเป็นสารประกอบแต่ง (Composite) ของสสารในวัตถุนั้นๆ หรือจะนำไปผสมอยู่ใน Component อื่นๆ ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในภายหลังก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะงานที่จะนำไปประยุกต์ใช้ รวมถึงราคาต้นทุนด้วย”

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม

เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมในประเทศไทยยังมีระดับต่ำและการเผยแพร่ไปยังผู้ใช้เทคโนโลยียังไม่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับท้องถิ่น ควรมีพื้นฐานมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้าน โดยการดัดแปลงแก้ไชความรู้พื้นฐานหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่4 และรัชกาลที่5 แห่งราชวงค์จักรี ประเทศไทยได้รับวิทยาการตะวันตกเช่นกิจการรถไฟ, ไปรษณีย์โทรเลข, โรงสี, โรงเลื่อยจักร, โรงพิมพ์, โรงไฟฟ้าเป็นต้น ต่อเกิดสงครามโลกที่2 ประเทศไทยขาดแคลนสินค้ามากประทศไทยได้คณะกรรมการสร้างอุตสาหกรรมแห่งชาติและคณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการงานการผลิตสิ่งของจำเป็นสำหรับการครองชีพของประชาชน ในปีพ.ศ. 2503 รัฐบาลได้ออก พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้สิทธิพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ที่จะลงทุนด้านอุตสาหกรรมในประเทศ ขึ้นอยู่กับชนิดโครงการที่ต้องการพัฒนา ซึ่งประเทศไทยต้องใช้เทคโนโลยี 5 แบบคือ เทคโนโลยีด้านมาตรวิทยา เทคโนโลยีด้านเทคนิคการผลิตและการควบคุมคุณภาพ เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการออกแบบและการผลิต เทคโนโลยีด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์และคุณภาพ เทคโนโลยีด้านการจัดการต้นทุนมาตรฐานสินค้าและสิ่งแวดล้อม มีความก้าวหน้าที่นับว่าเป็นความสำเร็จ 3 ประการคือ การสร้างบรรยากาศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การเตรียมบุคลากรด้านวิทยาสตร์และเทคโนโลยี

แนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ คือ ประยุกต์ใช้ พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าและบริการ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและเกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการกำหนดแนวทางดำเนินการเฉพาะสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ และเร่งพัฒนาสังคมไทยให้มีพื้นฐานความรู้ ความคิดทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่เป็นความต้องการทั้งด้านปริมาณและคุณภาพอย่างพอเพียง รวมทั้งยกระดับการใช้และพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อทำให้เกิดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี อันจะเป็นการสร้างบรรยากาศการลงทุนในกิจการที่ใช้เทคโนโลยีสูงในระยะต่อไป ในการนี้จำเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นไปในเชิงรุก ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว เพื่อลดสัดส่วนการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างกลไกการกระจายความรู้และบริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่คนในชนบท เพื่อลดช่องว่างทางสังคมและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ