การเรียนรู้และพัฒนาของเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในธุรกิจอุตสาหกรรม

นวัตกรรมเป็นการใช้ความรู้ ทักษะการบริหารจัดการ รวมทั้งประสบการณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์และด้านเทคโนโลยี เพื่อการคิดค้น การประดิษฐ์ การพัฒนา การผลิตสินค้า การบริการ กระบวนการผลิต และการจัดการองค์กรในรูปแบบใหม่ ซึ่งโลกในปัจจุบันนี้หากองค์กรใดไม่สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ย่อมที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ยากและไม่สามารถก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำของธุรกิจได้ ดังนั้น การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จะช่วยขับเคลื่อนให้ไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจสังคมฐานความรู้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

การที่จะขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและโดยเฉพาะภาคเอกชนที่ต้องมีการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมภายในองค์กร ดังเช่นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของภาคเอกชนเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการสะท้อนปัญหา ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ต่อภาครัฐ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการกระจายการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้กับภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ในการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรม

ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ซึ่งยังขาดความพร้อมด้านเงินลงทุนและบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนาอย่างมาก ดังนั้น เอกชนไทยจึงยังไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีศักยภาพทางการแข่งขันในระดับสูงได้ ซึ่งแม้ว่าภาครัฐจะมีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอยู่แล้ว แต่งานเหล่านี้ก็ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ นอกจากนี้ ในบางกรณียังอาจเป็นไปในลักษณะที่แข่งขันกับภาคเอกชนด้วย เช่น การพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ รวมทั้งยังขาดตลาดในการรองรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากภาคเอกชนอีกด้วยภาครัฐมีนโยบายที่จะเร่งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมของอุตสาหกรรมไทยโดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยอยู่แล้ว ทว่า การดำเนินการดังกล่าวยังขาดการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการคิดโจทย์งานวิจัย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ

บทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรมสิ่งทอ


เทคโนโลยีเป็นปัจจัยการผลิตที่ประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งอาเซียนมีความต้องการและมุ่งแสวงหาประเทศที่ไม่มีความรู้เพียงพอที่จะสร้างเทคโนโลยีก็มักจะแสวงหาโดยการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ ซึ่งอาจจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล เมื่อมองในระยะยาวก็อาจจะไม่คุ้มค่าเท่ากับการสร้างเทคโนโลยีมาใช้เอง และอุตสาหกรรมสิ่งทอมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้จากการส่งออกสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศ

การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีสำหรับสิ่งทอทั่วไป ให้เกิดขึ้นในประเทศ จึงมีความจำเป็นเพื่อใช้เป็น ฐานรองรับอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วในประเทศ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กับต่างประเทศ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ มากกว่าการผลิตโดยเน้นต้นทุนต่ำ ในขณะเดียวกันการเริ่มต้นพัฒนา ในส่วนของสิ่งทอเฉพาะทาง ก็มีความจำเป็น เพราะแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งทอ ในปัจจุบัน มีทิศทางไปสู่สิ่งทอกลุ่มใหม่นี้มากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากความหลากหลาย ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ที่เปิดโอกาสและความเป็นไปได้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆสู่ตลาด และส่วนแบ่งทางตลาด ที่กำลังขยายและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ผลิตภัณฑ์สิ่งทอเฉพาะทางเช่น เข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย เสื้อเกราะกันกระสุน เส้นเลือดเทียมและชุดผ่าตัดแพทย์ที่เป็นนอนวูฟเวน เหล่านี้ ส่วนมากผลิตจากประเทศ ที่มีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบ ยุโรปตะวันตก ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตเส้นใยที่ก้าวหน้า สามารถผลิตเส้นใยที่ซับซ้อนและมีคุณภาพสูง ตามต้องการ รวมไปถึงการออกแบบ และเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติ เหมาะสม ต่อการนำไปใช้งาน ในส่วนของประเทศไทย สถานภาพการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งทอเฉพาะทางนี้ ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีการพัฒนาไปจนถึงระดับที่สร้างผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องมาจาก การที่เรายังขาดเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการผลิต คือ การผลิตเส้นใยประสิทธิภาพสูง และการออกแบบผลิตภัณฑ์ อีกทั้งโรงงานสิ่งทอในประเทศเกือบทั้งหมด เป็นแบบ สิ่งทอทั่วไป และมีการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ มากกว่าการพัฒนาขึ้นมาเอง ทำให้การปรับเปลี่ยน แนวทางการผลิตเข้าสู่สิ่งทอเฉพาะทางนั้นเป็นไปค่อนข้างช้า

ดังนั้น ในส่วนเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งทอ ในประเทศไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้อง มีการวางแนวทางงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการผลิต ทั้งในส่วนของสิ่งทอทั่วไป และสิ่งทอเฉพาะทาง ในส่วนของสิ่งทอทั่วไป เทคโนโลยีการผลิตเส้นใย และการปรับปรุงคุณภาพของเส้นใยนั้น มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากบริษัทใหญ่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ผลิตเส้นใย เป็นบริษัทลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด เทคโนโลยีที่ใช้มาจากการถ่ายทอด โดยตรงจาก บริษัทแม่และ เป็นความลับ การสร้างองค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยีการผลิตเส้นใยในประเทศ จึงเป็นการ เตรียมพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต อีกทั้งเป็นพื้นฐานในการส่งเสริม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สิ่งทอที่ผลิตในประเทศ ให้มีคุณภาพเพื่อที่จะสามารถแข่งขัน ในตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ในส่วนของ สิ่งทอเฉพาะทาง งานวิจัยและพัฒนาสามารถเริ่มต้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีเส้นใย ของสิ่งทอทั่วไป แล้วจึงขยายไปสู่ เทคโนโลยีการผลิตเส้นใยประสิทธิภาพสูง รวมไปถึงการเรียนรู้ และพัฒนาการออกแบบผลิตสิ่งทอเฉพาะทาง รูปแบบต่างๆ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ ใช้ในเชิงอุตสาหกรรม

การเจริญเติบโตของธุรกิจด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

8

ในธุรกิจทุกประเภทจะมีช่วงของการเปลี่ยนแปลงหรือช่วงของการขึ้นลงของธุรกิจ เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของคนเรา ธุรกิจโทรคมนาคมในเกาหลีใต้ก็เช่นกันมีจุดเปลี่ยนของการเติบโตที่สำคัญคือ การสร้างความร่วมมือกับ Qualcomm และการตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี CDMA เป็นฐานหลักของกิจการโทรคมนาคมของประเทศ การที่ประเทศหนึ่งจะก้าวข้ามจากประเทศกำลังพัฒนา มาเป็นประเทศผู้ตามเทคโนโลยีและไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ จนสามารถก้าวไปสู่ประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีนั้นไม่นับว่าง่ายการก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ใช้เทคโนโลยีนั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่การที่จะ ก้าวขึ้นเป็นประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี กระบวนการจัดการภายในที่ดีเหมาะสมเพื่อให้ประเทศมีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบอันเกิด จากอุตสาหกรรมที่มีต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นเจ้าของเทคโนโลยี หากแต่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐหรือตัวภาครัฐเองจะต้องปรับมุมมอง และระเบียบข้อบังคับให้สอดคล้องและเหมาะสมต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมให้เกิด ขึ้นในประเทศ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือจะต้องไม่พึ่งพาเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่งเพียง อย่างเดียวเพราะนั่นจะทำให้เกิดการผูกขาดจากเจ้าของเทคโนโลยีและจะไม่ส่งผลดีต่อการ พัฒนาขึ้นสู่การเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยี

หากย้อนดูเกาหลีใต้จะพบว่าการก้าวขึ้นมาในแต่ละขั้นจากประเทศผู้ใช้ เทคโนโลยีจนกลายเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีนั้นได้รับการวางแผนและสนับสนุนจากรัฐตลอดจนการปลดแอกจากการผูกติดกับเทคโนโลยี  GSM เพียงอย่างเดียวสู่การเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้เทคโนโลยี CDMA เป็นฐานในการดำเนินการ ตรงกับหลักการที่กล่าวไว้ข้างบนอย่างชัดเจนจุดเด่นที่สำคัญและเป็นดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมของ แต่ละประเทศและยังถือเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันใน วงการอุตสาหกรรมคือ การวิจัยและพัฒนา เป็นที่น่าสังเกตุว่าธุรกิจโทรคมนาคมในอดีตผู้ให้บริการจะเป็นผู้กำหนด เทคโนโลยีและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีต่างๆ ดังนั้นจะสังเกตุได้ว่าศูนย์วิจัยที่สำคัญจะอยู่ภายใต้ผู้ให้บริการ เช่น AT&T, BT, France Telecom, NTT เป็นต้น ทำให้ผู้ให้บริการสามารถควบคุมธุรกิจได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ก่อให้เกิดระบบผูกขาด ต่อมาภายหลังปี คศ. ’80 รูปแบบของธุรกิจเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีเริ่มถ่ายโอนมาสู่ผู้ผลิตอุปกรณ์ ทำให้บทบาทของผู้ให้บริการลดลงอย่างมาก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้าสู่ตลาดและเกิดกระบวนการแข่งขัน ตามกลไกตลาดอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ถ้าเปรียบเทียบผลงานวิจัยและพัฒนาของบริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมในปัจจุบัน เราแทบจะน่าเชื่อว่ามีน้อยกว่าบริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือโรงแรม ด้วยซ้ำ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงสำคัญของตลาดโทรคมนาคม

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม

เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมในประเทศไทยยังมีระดับต่ำและการเผยแพร่ไปยังผู้ใช้เทคโนโลยียังไม่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับท้องถิ่น ควรมีพื้นฐานมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้าน โดยการดัดแปลงแก้ไชความรู้พื้นฐานหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่4 และรัชกาลที่5 แห่งราชวงค์จักรี ประเทศไทยได้รับวิทยาการตะวันตกเช่นกิจการรถไฟ, ไปรษณีย์โทรเลข, โรงสี, โรงเลื่อยจักร, โรงพิมพ์, โรงไฟฟ้าเป็นต้น ต่อเกิดสงครามโลกที่2 ประเทศไทยขาดแคลนสินค้ามากประทศไทยได้คณะกรรมการสร้างอุตสาหกรรมแห่งชาติและคณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการงานการผลิตสิ่งของจำเป็นสำหรับการครองชีพของประชาชน ในปีพ.ศ. 2503 รัฐบาลได้ออก พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้สิทธิพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ที่จะลงทุนด้านอุตสาหกรรมในประเทศ ขึ้นอยู่กับชนิดโครงการที่ต้องการพัฒนา ซึ่งประเทศไทยต้องใช้เทคโนโลยี 5 แบบคือ เทคโนโลยีด้านมาตรวิทยา เทคโนโลยีด้านเทคนิคการผลิตและการควบคุมคุณภาพ เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการออกแบบและการผลิต เทคโนโลยีด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์และคุณภาพ เทคโนโลยีด้านการจัดการต้นทุนมาตรฐานสินค้าและสิ่งแวดล้อม มีความก้าวหน้าที่นับว่าเป็นความสำเร็จ 3 ประการคือ การสร้างบรรยากาศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การเตรียมบุคลากรด้านวิทยาสตร์และเทคโนโลยี

แนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ คือ ประยุกต์ใช้ พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าและบริการ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและเกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการกำหนดแนวทางดำเนินการเฉพาะสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ และเร่งพัฒนาสังคมไทยให้มีพื้นฐานความรู้ ความคิดทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่เป็นความต้องการทั้งด้านปริมาณและคุณภาพอย่างพอเพียง รวมทั้งยกระดับการใช้และพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อทำให้เกิดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี อันจะเป็นการสร้างบรรยากาศการลงทุนในกิจการที่ใช้เทคโนโลยีสูงในระยะต่อไป ในการนี้จำเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นไปในเชิงรุก ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว เพื่อลดสัดส่วนการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างกลไกการกระจายความรู้และบริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่คนในชนบท เพื่อลดช่องว่างทางสังคมและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ